ขอจงทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าคณะสมาชิกไดอารีอีส.คอม

1 ปี กับการลาจาก

 

 

 

วันนี้ขอเศร้าสักวัน

เขียนยาวไปหน่อย ถ้าใครขี้เกียจอ่านก็ผ่านไปได้เลยนะ ไม่ว่ากัน

 

ไม่ได้อยากจะตอกย้ำความเจ็บปวดนี้ให้ตัวเองหรือใครๆ

เพียงแต่อยากจะเขียนถึงการเปลี่ยนแปลงจากจุดต่ำสุดของจิตใจถึงระดับความรู้สึกที่เรียกได้ว่าสุขใจ

 

 

8 ปี กับ 6 เดือนที่รู้จักและผูกพันธ์กันมา มันจบลงในวันนี้เมื่อปีที่แล้ว

1 ปีแล้วกับการเดินจากไปของคนเคยรัก

 

ฉันกลับจากการประชุมที่ญี่ปุ่นพร้อมกับความรู้สึกคิดถึงอย่างเต็มหัวใจ

การห่างกันครั้งนี้ทำให้เรารู้สึกได้ถึงคุณค่าของการได้อยู่ใกล้กันมากขึ้น (สงสัยเราคิดไปคนเดียว)

แค่เพียง 1 นาที ที่ได้คุยกันทางโทรศัพท์ ก็รู้ซึ้งถึงคุณค่าทุกวินาทีที่เราได้พูดคุยกัน

อยากจะคุยให้นานกว่านี้แต่ค่าโทรก็แพงแสนแพง

ต่างกันริบกับช่วงที่เราได้มีเวลาอยู่ใกล้กัน ได้โทรคุยกันนานเป็นชั่วโมง

แต่เรากลับทำลายเวลาดีๆเหล่านั้นด้วยคำพูดที่ต้องการเอาชนะ

ฉันกลับมาได้ 1 อาทิตย์ ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม

เรายังคงทะเลาะกันเหมือนเดิม และไม่ยอมที่จะพูดคุยกัน

จนวันนึงฉันได้รู้โดยบังเอิญว่าเขาเข้ารับการผ่าตัดใส้ติ่งที่โรงพยาบาลหน้าที่พักของฉันเอง

พ่อแม่และพี่สาวเขาต่างพากันสงสัยทำไมฉันไม่มาดูแลคนรัก

หากเขาเอ่ยปากบอกสักคำ ฉันก็คงรีบไปเพราะโรงพยาบาลและที่พักห่างกันแค่ 500 ม.

แต่กลับไม่มีใครแจ้งข่าวนี้เลย

เย็นวันที่ฉันรู้ข่าวฉันไปเยี่ยมและก็พบความจริงที่ว่ามีใครบางคนอยู่ข้างเขาตรงนั้น

นี่อาจเป็นสาเหตุที่เขาไม่คิดจะโทรบอก

ฉันเดินกลับที่พักพร้อมน้ำตาและบทสรุปที่ว่าเราจบกันในวันนั้น เขามีคนอื่นไปแล้ว

เพียงแค่ไม่กี่วันที่ไม่ได้คุยกัน ไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน ทำให้คนคนนึงเปลี่ยนใจไปได้ขนาดนี้

หรือนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตีตัวออกห่างโดยที่ฉันเองก็ไม่รู้ตัว

 

“ความรักมันมีวันหมดอายุ” เพื่อนฉันพยายามปลอบใจ

 

 

 

ไม่เคยเสียใจ ผิดหวัง ร้องให้ มากเท่าครั้งนี้

วันนั้นคิดว่าจะไม่สามารถใช้ชีวิตให้เป็นปกติอย่างที่เคยทำมาได้

หายใจเข้าออกรู้สึกว่ามันติดขัดไปหมดทุกอย่าง

นอนก็ยังสะดุ้งตื่นทุกครั้งที่ภาพเขาแว๊บเข้ามาในฝัน

กินก็ยังต้องฝืนเคี้ยวทั้งน้ำตาเผื่อท้องจะไม่ปั่นป่วนไปมากกว่านี้

ไม่อยากออกไปพบคนรู้จัก กลัวว่าเค้าจะถามถึงคนที่เคยอยู่ข้างๆว่าเค้าหายไปไหน

ไม่อยากไปทำงานเพราะไม่มีสมาธิพอที่จะทำงานให้ลุล่วงไปได้ดี

จะไปที่ไหนน้ำตามันคลอตลอดเวลา ตาแดง ตาบวม ทุกวัน

ขับรถไม่ได้ระยะหนึ่งกลัวว่าจะไปชนใครเข้า

 

 

ไม่รู้ว่าใช้เวลานานแค่ไหนร่างกายและจิตใจถึงกลับมาเป็นปกติได้อย่างทุกวันนี้

อาจจะใช้เวลาถึงเกือบค่อนปี  แต่หากวันใดที่ได้ยินข่าวเขาแว่วมาฉันกลับรู้สึกอ่อนแอลงทันที

ฉันใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนบ้างอยู่คนเดียวบ้าง คิดไรไปเรื่อยเปื่อย เพ้อบ้างในบางวันที่คิดถึง

แต่ก็ไม่เคยที่จะติดต่อหรือโทรหา ฉันตัดขาดจากการติดต่อเขาเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา

คิดถึงมากขนาดไหน รักมากขนาดไหน ก็ไม่คิดที่จะติดต่อเขาอีกเลย

นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้ฉันเข้มแข็งขึ้นมาได้

ทุกวันนี้ฉันสุขใจดีกับการใช้ชีวิตโดยไม่มีเขา ไม่ต้องกังวลหรือเหนื่อยใจกับการกระทำของเขา

เหงาบ้างเป็นบางวันแต่ก็ยังดีกว่าทุกข์ใจไปทุกวัน

 

 

ฉันยังไม่กล้าเล่าอะไรให้แม่ฟังจนทุกวันนี้ แต่ผู้ใหญ่คงรับรู้และเข้าใจทุกอย่างด้วยดี

พ่อแม่เราสองคนยังคงติดต่อกันเป็นปกติ ฉันก็ยังคงติดต่อพี่สาวเขาอยู่เรื่อยๆ

มีเขาคนเดียวเท่านั้นที่หายไปจากชีวิตฉันส่วนคนอื่นๆยังอยู่ครบ

ฉันเสียเขาไปคนเดียวแต่ตรงกันข้ามฉันกลับได้รู้ว่ายังมีคนที่รักและห่วงฉันอยู่ล้อมรอบฉันมากมาย

ส่วนเขานอกจากจะเสียฉันไปแล้วยังเสียเพื่อนทั้งกลุ่ม เสียพี่ เสียน้อง ที่คบหามานานหลายปี

 

 

เพื่อนคนนึงบอกไว้ว่า “จบความเจ็บปวดในวันนี้ ก็ยังดีกว่าเจ็บปวดแบบนี้ไปตลอดชีวิต"

จริงที่มันพูด หากวันนั้นยังดึงดันที่จะคบเขาต่อไป ฉันยังคิดภาพไม่ออกว่าวันนี้จะเป็นอย่างไร

อาจจะใช้ชีวิตอยู่กันไปซักพักแล้วอาจจบด้วยการร้างลากันไปในที่สุดก็ได้

จบอย่างนี้คงดีที่สุดแล้ว

 

“จะช้าหรือเร็วเราก็ต้องจากกันสักวัน อยู่ที่ว่าคุณเลือกจากเป็นหรือจากตาย"

 

วันนี้เขาได้รับบทเรียนของความเจ็บปวดเหมือนอย่างที่ฉันได้รับจากเขาเมื่อปีที่แล้ว คงจะพอทำให้เขาได้เข้าใจความรู้สึกที่ฉันเคยเป็นมาก่อน และหวังไว้ว่าเราคงจะสิ้นวาสนาต่อกันเพียงเท่านี้ เรื่องไรจะกลับไปทรมานจิตใจตัวเองอย่างเคย ทั้งๆที่ฉันก็สุขใจดีที่ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขใจเหมือนทุกวันนี้

 

 

 

 

ปล.1 ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ในบ้านหลังนี้ที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียว ขอบคุณทุกความห่วงใยค่ะ

ปล.2 ไม่ได้ปิดกั้นหัวใจตัวเองเพียงแต่ยังไม่พร้อมที่จะรับใครเข้ามาในชีวิต เค้าบอกช้าๆได้พร้าเล่มงาม กำลังรอพร้าเล่มงามนั้นอยู่จ้ะ อิ อิ

ปล.3 เห็นข่าวบ้านเมืองวันนี้แล้วเศร้าใจ คนเรานับวันยิ่งอ้างสิทธิในการเรียกร้องความพึงพอใจบางอย่างมากกว่าให้ความสำคัญต่อหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีต่อชาติ

 

 

 

 

 



J a o N @ i
26 ส.ค. 2551 เวลา 20:34 น.

"There is nothing permanent except change."
<< เหงา เหงา

:)

แวะมายิ้มให้ครับ

postbox
 
26 ส.ค. 2551 เวลา 21:02 น.

อ่านแล้วเศร้าจังค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

ขอให้เอารักเก่าเป็นประสบการณ์เพื่อเจอคนที่ดีกว่า

แต่อย่าเอามันเป็นปมที่จะไม่เปิดใจรับคนใหม่นะค่ะ

ชีวิตมีหวังค่ะ

สู้ๆ

หนูจ๋ากะต้นจ๋า
 
26 ส.ค. 2551 เวลา 21:05 น.

ความรู้สึกลง เพื่อที่จะขึ้น
ให้เวลากับตัวเองสักพัก อยู่กับใจตัวเอง อาจจะรู้สึกดีกว่าอยู่กับใครบางคนนะ

ปล.ลองเข้ามาอ่านไดของฉันดุนะคะ ตั้งแต่ชื่อเรื่อง ตามหา ถึงการทำงานของพรหมลิขิต อาจจะดีขึ้น เป็นกำลังใจให้นะ

money
 
26 ส.ค. 2551 เวลา 21:29 น.

แล้ว วันนี้..ก็จะผ่านไป
เหมือนทุกๆ วัน

มาค่ะ เราจะผ่านวันนี้ไปด้วยกันนะ

:)

มาฟังข่าวดี ดีก่า วันที่ 27 เดือนหน้า scrubb จะออกอัลบั้มใหม่แล้ว เย้ เย้



พิมพ์พระจันทร์
 
26 ส.ค. 2551 เวลา 21:38 น.

ยังไม่ได้ฟังเหมือนกันค่ะ

http://scrubbz.hi5.com

รอเพลงscrubbยิ่งกว่ารอเนื้อคู่อีกนะเนี่ย
เป็นข่าวดีที่สุดสำหรับพี่ในเดือนนี้เลย

เว่อร์ไปป่าว ก็คนมันชอบง่ะเนอะ

พิมพ์พระจันทร์
 
26 ส.ค. 2551 เวลา 21:55 น.

:) เข้มแข็งๆ
เก็บไว้แต่เรื่องดีๆดีกว่า (^^)


Windy
 
26 ส.ค. 2551 เวลา 22:25 น.

เปงกำลังใจให้นะค่ะ


เข้มเเข็งไว้.....


สดใสเข้าไว้""""""


อาจจะยังลืมไม่ได้ในตอนนี้

ก็เก็บสิ่งดีดีไว้ต่อกันนะค่ะ

เปงกำลังให้นะค่ะ



kwang-envi
 
26 ส.ค. 2551 เวลา 22:59 น.



biensûr,
tôt ou tard, tout s'en va.
l'amour s'en va tôt ou tard,
n'importe quel moyen,
vivant ou mort,
garde la mémoire,
prends bien soin des souvenirs, des bons ... n'essaie pas d'oublier quoique ce soit, le temps va t'aider faner le chagrin ...

cafe●de●paris
 
26 ส.ค. 2551 เวลา 23:37 น.

คล้ายๆกันเลย ก็เลยหนีมาอยู่ฝรั่งเศสอยู่นี่ไง ฮ่าๆ

hathai
 
27 ส.ค. 2551 เวลา 02:16 น.

ไม่รู้ว่าจะดูแก่แดดเกินไปรึเปล่า
ถ้าอ๊อบจะบอกว่า

อ๊อบเองก็เคยเป็นอย่างพี่นาย
แทบจะไม่ต่างกันเลยล่ะครับ

เคยเป็นมาแล้ว
สำคัญไปกว่านั้นก็คือ
อ๊อบก็ผ่านมันมาได้แล้ว


เดินหน้าต่อไปนะครับพี่นาย :]

สาบสูญ . [ อกหัก 17 ] *
 
27 ส.ค. 2551 เวลา 10:46 น.

เข้มแข็งไว้นะคะ

ja
 
27 ส.ค. 2551 เวลา 13:31 น.

อยากจะบอกว่า พ่อแม่เลี้ยงเรามดี่สุดแ้วยังไงครอบครัวเราก็อยู่ข้าง ๆ เราเสมอ อยู่ที่นี่นอยอยู่คนเดียวไม่เคยเหงาเพราะหันหลังกลับเมือไรก็เจอพี่นาย พ่อ แม่คอยเป็นห่วงให้กำลังใจเสมอ
กำลังจะบอกข่าวดีก็เลยน้ำตาซึมเลย
แต่ก็ต้องบอก อาจะตลกแต่จริงอ่ะ
เมื่อวานมีฝรั่งติ๊ง ต๊อง มาขอเดท
เขาจะไปเมืองไทยอีกสามเดือนไม่ร้พี่นายว่าง
พาเขาไปเที่ยวบ้านเราได้ไหม
(เขาต้องการเก็บข้อมูลก่อนขอนอยแต่งงานอะ ห้า ๆๆๆๆๆ )

อีกนานแต่ถามไว้ก่อนอ่ะ
อยากให้พาไปเที่ยวเมืองฝางด้วยอ่ะ
รับรองความฮา เพราะติ๊งต๊องมากกกก

[ Modtaoi ]27 ส.ค. 2551 เวลา 14:39 น.

เวออออ...
ไรกันนี่น้องจะรีบแต่งก่อนพี่ซะงั้น

J a o N @ i
 
27 ส.ค. 2551 เวลา 20:50 น.

เขาแก่แล้วรอไม่ไหววววว

ห้าๆๆ

[ มดตานอย ]28 ส.ค. 2551 เวลา 10:50 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
  กรุณาพิมพ์ตัวเลขตามที่เห็น
 
 

 

  สิงหาคม
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31
[ archive / ไดอารีทั้งหมด ]





eXTReMe Tracker